เขียนภาษาC
การเริ่มต้นใช้งานภาษา C:
– เปิดตัวภาษา C ด้วยการติดตั้งซอฟต์แวร์ Compiler ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ใช้แปลงภาษา C เป็นรหัสที่เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้ เช่น Dev-C++, Code::Blocks, GCC, หรือ Visual Studio
– เริ่มต้นเขียนโปรแกรมด้วยภาษา C โดยใช้โครงสร้างที่เป็นพื้นฐานของภาษา C เช่น ฟังก์ชัน main() ซึ่งเป็นฟังก์ชันหลักของโปรแกรม
– เรียนรู้หลักสำคัญของภาษา C เช่น การประกาศและกำหนดค่าตัวแปร การใช้งานตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์ การควบคุมการทำงานด้วยคำสั่งทางตรรกศาสตร์ และการใช้งานลูป (loop)
โครงสร้างพื้นฐานของภาษา C:
– ภาษา C มีโครงสร้างพื้นฐานที่แบ่งออกเป็นรายการคำสั่ง โดยทำงานจากข้างบนลงสู่ข้างล่าง
– คำสั่งในภาษา C สามารถมีกระบวนการในการกำหนดค่าแบบเดียวกันในบรรทัดเดียวกันได้ เช่น
int a = 5, b = 10;
– การเขียนโครงสร้างในภาษา C จะต้องใช้มาตรฐานการจัดย่อหน้าเพื่อให้โค้ดอ่านและแก้ไขได้ง่าย
ตัวแปรและชนิดข้อมูลในภาษา C:
– การประกาศตัวแปรในภาษา C สามารถทำได้ด้วยการระบุชนิดข้อมูล ตามด้วยชื่อตัวแปร โดยสามารถกำหนดค่าเริ่มต้นให้กับตัวแปรได้ในตอนประกาศ หรือกำหนดค่าให้ตัวแปรในภายหลัง
– เช่น
int a = 5; //ประกาศตัวแปรชื่อ a ชนิด int และกำหนดค่าเริ่มต้นเป็น 5
float b; //ประกาศตัวแปรชื่อ b ชนิด float โดยไม่ระบุค่าเริ่มต้น
การควบคุมการทำงานในภาษา C:
– การควบคุมการทำงานในภาษา C สามารถทำได้ด้วยการใช้งานคำสั่งเงื่อนไข เช่น if-else, switch-case
– เงื่อนไขในคำสั่ง if-else จะตรวจสอบเงื่อนไขที่กำหนด หากเป็นจริงจะทำคำสั่งในส่วนของ if และถ้าไม่เป็นจริงจะทำคำสั่งในส่วนของ else
– เช่น
int a = 5, b = 10;
if (a > b) {
printf(“a is greater than b\n”);
} else {
printf(“a is not greater than b\n”);
}
การใช้คำสั่งเงื่อนไขในภาษา C:
– ภาษา C มีคำสั่งเงื่อนไขที่ใช้ในการควบคุมการทำงานของโปรแกรม รวมถึงคำสั่งเงื่อนไขสั้นๆ เช่น
– if-else: ใช้ในการตรวจสอบเงื่อนไขและทำคำสั่งตามเงื่อนไข
if (condition) {
//statements
} else {
//statements
}
– switch-case: ใช้ในการตรวจสอบค่าและทำคำสั่งตามค่าที่ตรวจสอบ
switch (variable) {
case value1:
//statements
break;
case value2:
//statements
break;
default:
//statements
break;
}
การใช้ลูปในภาษา C:
– ภาษา C รองรับการใช้งานลูปโดยมีคำสั่งลูปให้เลือกใช้งานหลายรูปแบบ เช่น
– for: ใช้ในการทำงานวนซ้ำเมื่อมีเงื่อนไขเป็นจริง
for (initialization; condition; increment) {
//statements
}
– while: ใช้ในการทำงานวนซ้ำเมื่อมีเงื่อนไขเป็นจริง (ซ้ำก่อนที่จะตรวจสอบเงื่อนไข)
while (condition) {
//statements
}
– do-while: ใช้ในการทำงานวนซ้ำเมื่อมีเงื่อนไขเป็นจริง (ซ้ำหลังที่จะตรวจสอบเงื่อนไข)
do {
//statements
} while (condition);
ฟังก์ชันในภาษา C:
– ภาษา C มีฟังก์ชันที่ถูกนิยามมาแล้วให้ใช้งานแบบสถานะแบบพื้นฐาน และพวกฟังก์ชันที่ไม่ได้ถูกนิยามล่วงหน้า ซึ่งหน้าที่หลักของฟังก์ชันก็คือการประมวลผลข้อมูล และการคืนค่าผลลัพธ์ออกมา
– เช่น
int add(int a, int b) {
return a + b;
}
void printHello() {
printf(“Hello, C!”);
}
การจัดการและใช้งานอาร์เรย์ในภาษา C:
– อาร์เรย์ในภาษา C เป็นโครงสร้างข้อมูลที่ใช้เก็บข้อมูลหลายๆ ชนิดในตำแหน่งที่เป็นตัวเลขบวกเลขจำนวนเต็ม เช่น อาร์เรย์ของตัวเลข, อาร์เรย์ของสตริง
– การเข้าถึงข้อมูลในอาร์เรย์ทำได้โดยใช้ตัวดำเนินการ “[]” และดัชนีของอาร์เรย์
– เช่น
int arr[5] = {1, 2, 3, 4, 5};
printf(“%d”, arr[0]); //ผลลัพธ์คือ 1
โครงสร้างภาษา C++:
– ภาษา C++ เป็นภาษาโปรแกรมที่พัฒนามาจากภาษา C และเพิ่มความสามารถในการโปรแกรมเชิงวัตถุ (Object-Oriented Programming: OOP)
– ภาษา C++ สามารถใช้ภาษา C ในการเขียนโปรแกรมได้เหมือนกับภาษา C เพิ่มข้อดีในการใช้งานคลาสเป็นพื้นฐาน การออกแบบเป็นโครงสร้างแบบเชิงวัตถุ และความสามารถในการใช้งานอ็อบเจ็กต์
เขียนภาษา C แก้ สม การ:
– ภาษา C สามารถใช้ในการแก้ไขสมการทางคณิตศาสตร์ได้ โดยใช้ตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์เช่น “+”, “-“, “*”, “/”, “%”, และการวงเล็บเพื่อกำหนดลำดับในการคำนวณ
– เช่น
int result = (a + b) * c;
ภาษา C++ คำสั่ง:
– ภาษา C++ มีคำสั่งที่คล้ายคลึงกับภาษา C แต่เพิ่มความสามารถในส่วนการโปรแกรมเชิงวัตถุ เช่น
– namespace: ใช้ในการกำหนดขอบเขตที่ใช้งานของฟังก์ชัน หรือตัวแปร
– class: ใช้ในการประกาศคลาสและการสร้างอ็อบเจ็กต์จากคลาส
– public, private: ใช้ในการกำหนดความเข้าถึงของข้อมูลและฟังก์ชันในคลาส
– constructor, destructor: ใช้ในการสร้างและทำลายอ็อบเจ็กต์
– inheritance: ใช้ในการสืบทอดคุณสมบัติของคลาสจากคลาสอื่น
[1-3] การเขียนโปรแกรมภาษา C
คำสำคัญที่ผู้ใช้ค้นหา: เขียนภาษาc โครงสร้างภาษาc++, เขียนภาษา C แก้ สม การ, ภาษา c++ คําสั่ง, ภาษา c ใช้ทําอะไร, ตัวอย่างการเขียนโปรแกรมภาษาซี, ภาษา c มีอะไรบ้าง, Dev-C++, โค้ด ภาษาซี รูป ต่างๆ
รูปภาพที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อ เขียนภาษาc
![[1-3] การเขียนโปรแกรมภาษา C [1-3] การเขียนโปรแกรมภาษา C](https://tuekhangduong.com/wp-content/uploads/2023/07/hqdefault-2175.jpg)
หมวดหมู่: Top 61 เขียนภาษาC
ดูเพิ่มเติมที่นี่: tuekhangduong.com
โครงสร้างภาษาC++
โครงสร้างภาษา C++ เป็นประเภทหนึ่งของภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เขียนขึ้นมาเพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพสูงในการประมวลผลข้อมูล ภาษา C++ เป็นโปรแกรมพื้นฐานที่ใช้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันต่างๆ เช่น แอปพลิเคชันเว็บ, แอปพลิเคชันมือถือ, และโปรแกรมการเขียนเกม หน้าความสำคัญของ C++ นี้ทำให้มีความต้องการในผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่รู้จักโครงสร้างของภาษา C++ ได้เป็นอย่างดี
ก่อนที่จะเข้าใจโครงสร้างของภาษา C++ ได้ดีขึ้น คุณควรเรียนรู้เกี่ยวกับพื้นฐานของภาษา C ก่อนเนื่องจากภาษา C++ เกิดจากภาษา C ด้วยกัน ภาษา C เป็นภาษาที่เก่าแก่และได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในยุค 1970 จนถึงปัจจุบัน โครงสร้างของ C++ ถูกสร้างขึ้นมาโดย Bjarne Stroustrup เพื่อแก้ปัญหาความสามารถต่างๆ ในภาษา C และเพิ่มความสามารถในการเขียนโปรแกรมแบบวัตถุอย่างมีประสิทธิภาพ
โครงสร้างของภาษา C++ เป็นระเบียบการเขียนโปรแกรมที่สามารถกำหนดได้ในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้โปรแกรมมีความเหมาะสมกับงานที่เราต้องการ โครงสร้างเหล่านี้เรียกว่า “โครงสร้างข้อมูล” และ “โครงสร้างควบคุม” โครงสร้างข้อมูลรวมถึงตัวแปร, อาร์เรย์, และโครงสร้างข้อมูลอื่นๆ ซึ่งหมายถึงการจัดเก็บข้อมูลในหน่วยความจำ โครงสร้างควบคุมประกอบไปด้วยการควบคุมการกระทำของโปรแกรมเช่น เงื่อนไข, การทำซ้ำ, และการเรียกใช้ฟังก์ชัน
C++ มีความสามารถในการสร้างแบบวัตถุเป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้มันเป็นภาษาโปรแกรมที่ตอบสนองต่อการพัฒนาซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ได้ดี การสร้างแบบวัตถุได้ให้ความสามารถในการจัดเก็บข้อมูล (Encapsulation) หรือการใส่ไว้ในกล่อง และมีการเขียนรหัสที่สะอาดและเเยกส่วน (Modularity) ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนและการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ
โครงสร้างของภาษา C++ ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือชนิดข้อมูล (Data Types) โครงสร้างของภาษา C++ มีชนิดข้อมูลหลากหลาย เช่น int, float, double เป็นต้น ซึ่งชนิดข้อมูลเหล่านี้ใช้ในการกำหนดชนิดของข้อมูลที่เก็บในตัวแปร ใน C++ เรามักจะสร้างตัวแปรก่อนที่จะเริ่มเขียนโปรแกรม โดยที่ตัวแปรจะต้องให้ชื่อ และเวลาเรียกใช้งานเราจะใช้ชื่อเพื่ออ้างอิงถึงข้อมูล
นอกจากนี้ C++ ยังมีโครงสร้างควบคุมที่สำคัญอีกมากมาย เช่น if-else, for loop, while loop, switch-case เป็นต้น โครงสร้างเหล่านี้ช่วยในการควบคุมการทำงานของโปรแกรม ได้แก่การกระทำในบล็อกของโค้ดที่กำหนด เลือกช่วงเงื่อนไขที่แตกต่างกัน และการทำรายการซ้ำอย่างแตกต่างกันไป
สำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมโครงสร้างของภาษา C++ คำถามที่พบบ่อยดังต่อไปนี้อาจช่วยให้คุณได้รับความเข้าใจเพิ่มเติม:
คำถามที่ 1: วัตถุสมบูรณ์และคลาสคืออะไร?
วัตถุสมบูรณ์ (Object) ใน C++ จะถูกสร้างขึ้นจากคลาส (Class) ซึ่งเป็นแบบแผนหรือแม่แบบสำหรับการสร้างวัตถุ คลาสเป็นชนิดข้อมูลที่มีประเภทใหม่ที่บริหารข้อมูลและคำสั่งเกี่ยวกับวัตถุ จะมีคุณลักษณะต่าง ๆ ภายในคลาสและวิธีการเข้าถึงมัน วัตถุสมบูรณ์สามารถติดต่อกันได้ผ่านการส่งข้อความระหว่างเขา โดยเรียกวิธีการดังกล่าวว่าเมทอด (Method) ซึ่งเป็นคำสั่งที่สามารถทำงานบนวัตถุได้
คำถามที่ 2: เมทอดแบบคอนสตรักเตอร์และดีสตรักเตอร์คืออะไร?
เมทอดแบบคอนสตรักเตอร์ (Constructor) เป็นเมทอดที่ถูกเรียกอัตโนมัติเมื่อวัตถุถูกสร้างขึ้น คอนสตรักเตอร์เป็นโครงสร้างที่ใช้ในการกำหนดค่าเริ่มต้นของวัตถุ ในขณะเดียวกัน ดีสตรักเตอร์ (Destructor) เป็นเมทอดที่ถูกเรียกอัตโนมัติเมื่อวัตถุถูกทำลาย ดีสตรักเตอร์ใช้ในการคืนทรัพยากรที่สร้างขึ้นก่อนหน้านั้นเมื่อวัตถุยังมีอยู่
คำถามที่ 3: อาร์เรย์และอินดี้เอะเลเม้นต์ (Indexing) คืออะไร?
อาร์เรย์เป็นโครงสร้างข้อมูลที่ใช้ในการเก็บข้อมูลในรูปแบบที่มีลำดับ แต่ละค่าในอาร์เรย์มีตำแหน่งที่เรียกว่าอินดี้ (Index) ที่ใช้ในการเข้าถึงข้อมูล อินเด็กซ์เป็นชุดตัวเลขที่อ้างอิงถึงค่าแต่ละค่าในอาร์เรย์ โดยตำแหน่งแรกของอาร์เรย์มีดัชนีเป็น 0 และสามารถเข้าถึงค่าในอาร์เรย์ได้โดยใช้สูตรอินเด็กซ์
โครงสร้างภาษา C++ เป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาซอฟต์แวร์ เพราะช่วยให้นักพัฒนาเข้าใจลำดับขั้นตอนในการพัฒนาและปรับปรุงโปรแกรมอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านโครงสร้างของภาษา C++ คุณสามารถสร้างแอปพลิเคชันที่ยิ่งใหญ่และยืดหยุ่นได้ง่ายขึ้น
ในการเรียนรู้ C++ ต้องเริ่มต้นด้วยภาษา C และต้องใช้ความสนใจในการศึกษาและซ้อมการใช้งานโครงสร้างของภาษา C++ เกี่ยวกับหลักการที่ต้องการสร้างและพัฒนาซอฟต์แวร์อย่างมีประสิทธิภาพ
คำถามที่ 4: หากมีพื้นฐานภาษา C อยู่แล้ว ควรเริ่มต้นเรียน C++ จากไหน?
หากคุณมีพื้นฐานในภาษา C อยู่แล้ว คุณสามารถเริ่มต้นเรียน C++ ได้โดยการอ่านหนังสือเกี่ยวกับ C++ หรือเข้าร่วมคอร์สออนไลน์ที่สอนให้คุณรู้จักกับโครงสร้างพื้นฐานของภาษา C++ และศึกษาการใช้งานในโครงการจริง
คำถามที่ 5: ฉันจะสามารถพัฒนาเกมด้วยภาษา C++ ได้หรือไม่?
ใช่, ภาษา C++ เป็นภาษาที่ได้รับความนิยมสูงในการพัฒนาเกม โดยภาษา C++ สามารถสร้างเกมที่มีประสิทธิภาพและความสามารถเพิ่มเติมได้ ภาษา C++ ยังมีไลบรารี (Library) ที่ช่วยให้การพัฒนาเกมง่ายขึ้นเช่น SFML, SDL, และ Ogre3D
โครงสร้างภาษา C++ เป็นเรื่องที่ต้องการความสนใจและการศึกษาอย่างต่อเนื่อง อย่าลังเลที่จะลองและศึกษาการใช้งานของภาษา C++ เพื่อเรียนรู้วิธีการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีประสิทธิภาพดีขึ้น
เขียนภาษา C แก้ สม การ
ภาษา C เป็นภาษาโปรแกรมที่ได้รับความนิยมและใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการโปรแกรมมิ่ง ด้วยความสามารถในการเขียนโปรแกรมที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพสูง ภาษา C เติบโตขึ้นเป็นอย่างรวดเร็วมากในช่วงปี 1980 และยังคงเป็นหนึ่งในภาษาโปรแกรมยอดนิยมอย่างไม่แพ้ภาษาอื่นๆ ในปัจจุบัน
ในการเขียนภาษา C นั้น สมการเป็นหนึ่งในบทเรียนสำคัญที่คุณจำเป็นต้องรู้จักและทำความเข้าใจให้ดี สมการต่างๆ เช่น สมการเส้นตรง สมการเชิงเส้น สมการได้ใช้ในหลายส่วนของการเขียนโปรแกรม เช่น ในการคำนวณค่าทางคณิตศาสตร์ รับค่าอินพุตจากผู้ใช้ หรือตอบสนองต่อสถานการณ์ในโปรแกรมที่หลากหลาย
ในบทความนี้ เราจะทำความเข้าใจกับสมการที่ใช้ในการเขียนภาษา C และวิธีการแก้ไขการใช้สมการที่ไม่ถูกต้อง นอกจากนี้ เรายังจะให้คำแนะนำและตัวอย่างที่อธิบายให้เข้าใจได้ง่าย เพื่อช่วยให้คุณเรียนรู้และใช้งานสมการให้ถูกต้องในสภาพการณ์ต่างๆ
เขียนภาษา C ของลักษณะเส้นตรง
สมการเส้นตรงในภาษา C ใช้สำหรับคำนวณและวาดเส้นตรงขึ้นบนหน้าจอ ตัวอย่างเช่น เราสามารถใช้สมการเส้นตรงเพื่อวาดเส้นตรงที่เหลื่อมจุดทั้งสองด้วยคำสั่งดังต่อไปนี้:
“`c
#include
int main() {
int x1, x2, y1, y2;
printf(“Enter the coordinate (x1,y1): “);
scanf(“%d%d”, &x1, &y1);
printf(“Enter the coordinate (x2,y2): “);
scanf(“%d%d”, &x2, &y2);
float m = (float)(y2 – y1) / (x2 – x1);
float b = y1 – m * x1;
printf(“The equation of the line is y = %.2fx + %.2f\n”, m, b);
return 0;
}
“`
ในโปรแกรมด้านบน เราใช้สมการเส้นตรงในการคำนวณว่าจาก coordinates (x1,y1) ถึง coordinates (x2,y2) สมการของเส้นตรงคือ y = mx + b
แก้ไขการใช้สมการในภาษา C ที่ผิดพลาด
การใช้สมการในภาษา C นั้นอาจเกิดข้อผิดพลาดได้ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการใส่สูตรสมการไม่ถูกต้องหรือการสกัดค่าผิดพลาด ตัวอย่างเช่น เมื่อเราใช้สมการสำหรับคำนวณค่าต่างๆ แล้วพบว่าผลลัพธ์ที่ได้ไม่ถูกต้อง หรือวาดเส้นตรงไม่ตรงกับแผนภาพ
ด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างโปรแกรมที่มีข้อผิดพลาดในการแก้ไขสมการในภาษา C:
“`c
#include
int main() {
int x1, x2, y1, y2;
printf(“Enter the coordinate (x1,y1): “);
scanf(“%d%d”, &x1, &y1);
printf(“Enter the coordinate (x2,y2): “);
scanf(“%d%d”, &x2, &y2);
float m = (y2 – y1) / (x2 – x1); // ข้อผิดพลาดเกิดที่นี่
float b = y1 – m * x1;
printf(“The equation of the line is y = %.2fx + %.2f\n”, m, b);
return 0;
}
“`
ในโปรแกรมด้านบน เราลืมใส่ชนิดของตัวแปร m หลังจากคำนวณสมการ เพราะเราใช้ทศนิยมในขอบเขตของสมการ ดังนั้น ผลของทศนิยมจะถูกตัดทิ้ง ซึ่งสร้างความเสียหายในการคำนวณสมการเส้นตรง
เพื่อแก้ไขปัญหานี้ เราสามารถใช้ผู้ประลองชนิดของตัวแปรเป็น float เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดการคำนวณ ดังตัวอย่างด้านล่างนี้:
“`c
#include
int main() {
int x1, x2, y1, y2;
printf(“Enter the coordinate (x1,y1): “);
scanf(“%d%d”, &x1, &y1);
printf(“Enter the coordinate (x2,y2): “);
scanf(“%d%d”, &x2, &y2);
float m = (float)(y2 – y1) / (x2 – x1); // แก้ไขข้อผิดพลาดอย่างรวดเร็วที่นี่
float b = y1 – m * x1;
printf(“The equation of the line is y = %.2fx + %.2f\n”, m, b);
return 0;
}
“`
ในตัวอย่างข้างต้น เราใช้พื้นที่หน่วยความจำที่มีอยู่และแปลงตัวแปร m เป็น float ก่อนที่จะคำนวณสมการ ด้วยการใส่แปลงชนิด `(float)`
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้สมการในภาษา C
คำถาม 1: เราต้องเข้าใจสมการเส้นตรงในภาษา C อย่างไร?
– คุณสามารถเรียนรู้วิธีการใช้สมการเส้นตรงในบทเรียนเบื้องต้นที่เกี่ยวข้องกับภาษา C หรือใช้เอกสารอ้างอิงที่เป็นประโยชน์ในการเขียนโปรแกรม
คำถาม 2: สมการเส้นตรงมีประโยชน์อย่างไรในการเขียนโปรแกรม?
– สมการเส้นตรงใช้ในการคำนวณค่าและวาดสิ่งต่างๆ ในโปรแกรม เช่น คำนวณค่าทางคณิตศาสตร์ รับค่าอินพุตจากผู้ใช้ หรือวาดกราฟเส้นตรงบนจอภาพ
คำถาม 3: เราสามารถแก้ไขสมการในภาษา C ที่ผิดพลาดได้อย่างไร?
– การแก้ไขสมการในภาษา C ต้องพิจารณาข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น โดยใช้การตรวจสอบสูตรสมการ หากเราจำเป็นต้องใช้ทศนิยมในผลลัพธ์ ให้ใช้ผู้ประลองชนิดของตัวแปรเป็น float เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดการคำนวณ
คำถาม 4: เราสามารถใช้สมการเส้นตรงในโปรแกรม C ได้อย่างไร?
– คุณสามารถสร้างโปรแกรมด้วยภาษา C ที่ใช้สมการเส้นตรง โดยรับค่าจุดที่จะเชื่อมโยงกันและคำนวณสมการเส้นตรง เพื่อแสดงผลลัพธ์ในรูปแบบของสมการ
พบ 21 ภาพที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อ เขียนภาษาc.


![1-3] การเขียนโปรแกรมภาษา C - YouTube 1-3] การเขียนโปรแกรมภาษา C - Youtube](https://i.ytimg.com/vi/ZeMV0ZtixNc/maxresdefault.jpg)












































ลิงค์บทความ: เขียนภาษาc.
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโพสต์หัวข้อนี้ เขียนภาษาc.
- C Programming : เขียนโปรแกรมภาษา C แบบพื้นฐาน ตอนที่ 1
- C – Install (ติดตั้งโปรแกรม Dev-C++) – สอนเขียนโปรแกรม ภาษา C
- วิธีการ หัดเขียนโปรแกรมด้วยภาษา C – วิกิฮาว
- บทเรียนภาษา C, สอนภาษา C เบื้องต้น – MarcusCode
- พื้นฐานภาษาซี – เขียนโปรแกรมด้วยภาษาซี – Google Sites
- การเขียนโปรแกรมด้วยภาษา C – ครูไอที
- การเขียนโปรแกรมภาษาซี
- คู่มือเรียนเขียนโปรแกรมภาษา C ฉบับสมบูรณ์ – SE-ED
ดูเพิ่มเติม: https://tuekhangduong.com/category/television